วันอาทิตย์, 24 กรกฎาคม 2565

อานาปานสติกับไวรัสโคโรน่า

26 พ.ค. 2021
69
paypal

“อานาปานสติกับไวรัสโคโรน่า”

โดยส่วนตัวในทุกวันนี้ ผมอยู่กับลมหายใจ (อานาปานสติ) ตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นจนนอน

ที่ทำได้เพราะฝึกฝน

ที่ฝึกฝนเพราะเชื่อพระพุทธเจ้า และต้องการพิสูจน์จนประจักษ์กับตนเอง

และที่สำคัญ เมื่อผมศึกษาเรื่องกลไกของร่างกาย สมอง และสารเคมีในสมอง

มันเลยทำให้ผมเข้าใจจริงๆว่า

“ทำไมพระพุทธเจ้าถึงสรรเสริญบุคคลผู้ทำอานาปานสติยิ่งนัก”

สิ่งที่ทำได้ง่าย และทำได้ตลอดเวลา ที่อยู่ในตัวเรา ทำไมถึงมีอานุภาพมากมายมหาศาล ถึงเพียงนี้? สามารถทำให้มนุษย์ปุถุชน กลายเป็นอริยบุคคลก็ยังได้ หรือแม้กระทั่งมีร่างกายที่แข็งแรงมหาศาลก็ได้

วันนี้ผมจะมาเฉลยทั้งหมด และให้คุณเอาอานาปานสติไปช่วยชีวิตตนเองและคนรอบข้างได้แล้ว

ในแง่ของวิทยาศาสตร์

หากเราอยู่กับลมหายใจธรรมชาติเมื่อใดก็ตาม (ลมธรรมชาติคือลมที่ไม่ฝืน ไม่ควบคุม ฝึกทั้งวันแค่ 1 วัน เราก็จะจับหลักถูกจนทำให้ลมที่บังคับกลายเป็นลมธรรมชาติได้จริง) ร่างกายของเราจะสงบ สมองจะทำงานน้อยลง

และเมื่อลมหายใจตามธรรมชาติเริ่มเป็นลมยาวมากขึ้นๆ

ลมที่ลึกและยาวนั้นจะสร้างออกซิเจนจำนวนมหาศาลเข้าไปฟอกเลือด และไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆอย่างทั่วถึง ฉะนั้นภูมิคุ้มกันต่างๆในร่างกายจะฟื้นตัวและดียิ่งขึ้น

ที่สำคัญ ลมที่ลึกและยาวอย่างมีประสิทธิภาพนั้น จะขึ้นไปเลี้ยงสมอง ปรับนิวรอนในสมอง และกระตุ้นให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขชนิดต่างๆออกมา มันจึงทำให้เราอารมณ์ดี ผ่อนคลาย คิดดี และมีความสุขได้จริง

แถมสมองของเรามีกระแสไฟฟ้า และคลื่นแม่เหล็ก ที่จะดึงธาตุต่างๆที่ตรงกับในสมองเข้ามา เพิ่มขึ้นๆ ฉะนั้น ถ้าในสมองมีแต่สิ่งที่ดี มันก็จะดึงสิ่งที่ดีเข้ามาไว้รวมกันเป็นธรรมดา

ในแง่ของพุทธศาสนา

สิ่งที่พระพุทธเจ้าอยากให้พวกเราเจริญที่สุด นั่นก็คือ

“สติ”

การรู้สึกถึงลมหายใจ (อานาปานสติ) เป็นการเจริญสติที่ดีที่สุด ถึงขนาดที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญผู้ใดก็ตามที่เจริญอานาปานสติให้มาก

ฉะนั้นแล้ว ขนาดมหาบุรุษอย่างพระพุทธเจ้ายังทรงสรรเสริญ จะกล่าวไปใยกับ เทวดา และพรหมต่างๆ

ยิ่งหากใครก็ตามที่สามารถอยู่กับลมหายใจได้ตลอดวันตั้งแต่ตื่นจนนอน

บุคคลผู้นั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับสหายแห่งพรหม ผู้เจริญฌานอยู่เป็นนิตย์

ซึ่งอยู่เหนือว่าเทวดาในทุกภพภูมิ

ความถี่ แสงสว่างจากจิต และกายของเรา ที่เปล่งออกมาจากการทำอานาปานสติเสมอ

จะเหมือนสัญญาณโทรทัศน์ ที่ทำให้เทวดาและพรหมมองเห็น และอยากจะช่วยเหลือ

เนื่องจากพวกเค้าประทับใจ ที่มีมนุษย์ที่สามารถอยู่กับลมหายใจได้จนจิตปล่อยคลื่นความถี่ที่ละเอียดจนพวกเค้ารับรู้ได้

พวกเค้าจะอยากช่วยเหลือ เพราะรู้ว่า หากช่วยคนๆนี้ เค้าก็จะได้บุญได้กุศลมาก

ไม่ต่างอะไรกับผู้คน ที่อยากช่วยเด็กกตัญญู ที่ทำงานหาเงินแต่เด็ก แถมยังเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่อีก

เทวดาจะเอ็นดู และรักเรา

จนไปถึงเคารพหรือสรรเสริญเราเลยก็มี

โดยส่วนตัว

เหตุผลที่ทำให้ลมหายใจมีอานุภาพมากขนาดที่พระพุทธเจ้าและเทวดาทั้งหลายสรรเสริญ นั่นก็คือ

ลมหายใจ เป็นธาตุลมที่มีความเป็นธรรมชาติ

เมื่อใดก็ตามที่เรารู้สึกถึงเค้า โดยปราศจากความคิด แต่เป็นเพียงแค่การอยู่ และเห็นเค้าจนจิตของเราและลมหายใจ กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน

เมื่อนั้นจิตของเราจะไปรวมกับธรรมชาติ

เมื่อจิตไปรวมกับธรรมชาติ

มันจะมีการเชื่อมต่อกัน ในระดับธรรมชาติในตัวเรา และธรรมชาติทั้งหมดในสากลโลก

ดังนั้น มันจึงเป็นคลื่นความถี่ที่ละเอียด มีพลัง และมีผลบุญมหาศาล

เพราะบุญที่สูงที่สุดในพุทธศาสนาก็คือ

บุญจากการเจริญภาวนา ด้วยจิตที่เป็นอุเบกขา

การเห็นลมหายใจไปรวมกับธรรมชาติได้

ต้องเกิดจากจิตที่เป็น อุเบกขา

ที่มีความเป็นกลางอย่างถึงที่สุด

และนั่นเอง มันจะทำให้เราได้เข้าใจมากขึ้นๆว่า

เราคือ “ธรรมชาติ”
และ “ธรรมชาติคือเรา”

และสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือธรรมชาติ

ฉะนั้น ถ้าเราเข้าถึงความจริงว่า “เราคือธรรมชาติ”

นั่นก็คือเหตุผลทั้งหมดว่า ทำไมพระพุทธเจ้าและเทวดาทั้งหลายจึงสรรเสริญ บุคคลผู้ทำอานาปานสติจนเป็นวสี

ในส่วนของพุทธศาสนา

ทุกท่านยังไม่จำเป็นต้องเชื่อผม

ค่อยเชื่อเมื่อประจักษ์กับตนเอง

แต่ในแง่ของวิทยาศาสตร์

ท่านสามารถพิสูจนได้เลย และทั้งหมดเป็นสิ่งที่เชื่อได้ มีวิจัยรับรอง มีการเผยแพร่วิจัยนี้ให้ทราบกันทั่วโลก

ฉะนั้น

สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์สามารถช่วยตัวเองได้ในขณะนี้ก็คือ

“การฝึกเจริญอานาปานสติครับ”

ไม่มีอะไรยาก

แค่ผ่อนคลายร่างกายให้สบาย ทำความรู้สึกตัวทั่วพร้อม รู้สึกถึงร่างกายโดยความเป็นขอบเขตทั้งหมด

แล้วก็แค่ทำความรู้ตัวไปว่าร่างกายกำลังหายใจ

ระลึกรู้ว่าร่างกายกำลังหายใจไปสบายๆ รู้ให้เบาที่สุด ออกแรงรู้ให้น้อยที่สุด

แล้วมันจะเป็นลมหายใจแห่งความสุข

ที่ยิ่งทำก็ยิ่งสนุก ยิ่งมีความสุข ยิ่งรู้สึกดี

ฉะนั้น เราก็จะยิ่งทำได้ดียิ่งๆขึ้น ผ่อนคลายยิ่งขึ้น สบายยิ่งขึ้น แข็งแรงยิ่งขึ้น

อานาปานสตินี้ คือบุญใหญ่ ที่ยิ่งกว่าให้เงินทอง หรือสร้างวัด และเป็นสิ่งที่พระพุทธเจ้าสรรเสริญ

ที่สำคัญ มันอยู่กับเราตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

และมันสามารถเพิ่มภูมิต้านทานไข้หวัดโคโรน่าให้เราได้จริง

ผมทำได้แค่มาบอก

ที่เหลือ อยู่ที่การตัดสินใจของทุกคนแล้วนะครับ

ขอให้ทุกท่านผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกันได้ด้วยสติปัญญา และลมหายใจของเราทุกคนนะครับ

ป้อง

เครดิตขอมูลจาก fb สถาบันวิทยาศาสตร์ทางจิตนานาชาติ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก Line@กลุ่มเพื่อนธรรมะ

พุทธคยา